สติ๊กเกอร์อาคาร โรงงาน คลังสินค้า และ Visual Management
สำหรับพื้นที่องค์กร

SPACE & VISUAL MANAGEMENT
Aura Print รับผลิตและติดตั้งสติ๊กเกอร์อาคาร โรงงาน คลังสินค้า และ Visual Management สำหรับการจัดพื้นที่ สื่อสารตำแหน่ง ควบคุมเส้นทาง และสร้างภาพลักษณ์องค์กร ตั้งแต่งาน 5ส, Floor Marking, Rack & Bin Label, Wayfinding ไปจนถึงฟิล์มกระจกและ Graphics ภายในอาคาร
SITE AUDIT & DEPLOYMENT SCOPE
การเลือกวัสดุไม่ได้ดูจากภาพแบบเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาพื้นผิว ปริมาณคนหรือรถที่ผ่าน จุดติดตั้ง สภาพแวดล้อม และเวลาที่สามารถเข้าทำงานได้ โครงการหลายพื้นที่สามารถส่ง Floor Plan, BOQ, Site List หรือภาพหน้างานเพื่อประเมิน Scope และวางแผนติดตั้งเบื้องต้นได้
Visual Management ที่ดีควรทำให้คนรู้ว่าจะ “ไปไหน วางอะไร และทำอะไร” โดยไม่ต้องถามทุกครั้ง
งานสติ๊กเกอร์ในโรงงานหรือคลังสินค้าไม่ได้มีหน้าที่ตกแต่งเพียงอย่างเดียว หลายจุดทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารพื้นที่ เช่น แบ่ง Zone, ระบุ Rack, กำหนดเส้นทาง, แสดงสถานะ หรือช่วยให้พนักงานเห็นข้อมูลในตำแหน่งที่ต้องใช้จริง ก่อนเริ่มผลิต Aura Print จึงมองพื้นที่เป็นระบบครบทุกมิติ

1. ผู้ใช้พื้นที่และทิศทางสัญจร (User & Traffic Flow)
วิเคราะห์ว่าใครเป็นผู้ใช้พื้นที่ คน รถยก Forklift รถเข็น หรือสินค้าวิ่งทางไหน เพื่อกำหนดตำแหน่งป้าย เส้นแบ่งเขต และเส้นทางสัญจรไม่ให้บดบังสายตา ลดความสับสน และป้องกันอุบัติเหตุในจุดตัด

2. ลำดับการมองเห็นและระยะสายตา (Visual Hierarchy)
แยกจุดที่ต้องเห็นข้อมูลจากระยะไกล เช่น ป้ายบอกทางหลักหรือชื่อ Zone ออกจากจุดที่ต้องอ่านรายละเอียดใกล้ ๆ เช่น รหัสประจำ Rack, Bin Location สเปกอุปกรณ์ และขั้นตอนการทำงานหน้าจุดปฏิบัติงาน

3. ภาระการเสียดสีและพื้นผิว (Friction & Floor Load)
ประเมินพื้นที่ที่มีการเสียดสีสูง แรงบดทับของล้อพาเลทและรถ Forklift เพื่อเลือกเกรดฟิล์มเคลือบกันรอย (Anti-Slip) และระบบกาวที่ทนทาน ไม่เปิดอ้าหรือหลุดร่อนเมื่อโดนลากเข็นหรือชะล้างทำความสะอาด

4. แผนติดตั้งและภาพลักษณ์แบรนด์ (Downtime & CI)
วางแผนเวลาเข้าทำงานในพื้นที่ที่ต้องหยุดสายการผลิตหรือทำงานนอกเวลาทำการ เพื่อลด Downtime พร้อมรักษามาตรฐาน Corporate Identity ขององค์กร ทั้งขนาด สี และ Layout อย่างเคร่งครัด
Aura Evidence: โครงการ Facility & Visual Management จริง
[เคสจริง Aura: วางระบบ Visual Management, ป้ายบอกทาง และ Floor Marking ครอบคลุม 14 โซนคลังสินค้าและสายการผลิตกว่า 4,200 ตร.ม. พร้อมบริหารจัดการเวลาติดตั้งนอกเวลาทำการ 100% ไร้ผลกระทบต่อไลน์ผลิต]
เหมาะกับองค์กรที่ต้องควบคุมพื้นที่จริง ไม่ใช่เพียงสั่งป้ายเป็นรายชิ้น
จุดร่วมของงานเหล่านี้คือ ตำแหน่ง ขนาด และลำดับการติดตั้งมีผลต่อผลลัพธ์พอ ๆ กับตัวงานพิมพ์

โรงงานระบบ 5ส, Lean & Continuous Improvement
ตอบโจทย์ทีม Lean, ฝ่ายผลิต และ Factory Manager ที่ต้องการจัดวาง Shadow Board จุดวางเครื่องมือ ป้ายสถานะ และเส้นแบ่งเขตทำงานให้สะอาด ปลอดภัย เป็นระเบียบตามหลัก 5ส สากล

Warehouse & Distribution Center
สำหรับคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า และ Warehouse Manager ที่ต้องการระบบระบุพิกัด Rack, Bin, Shelf ป้ายบอกทาง และ Barcode/QR เชื่อมต่อระบบ WMS สแกนติดแม่นยำทุกมุมมอง

Facility Management & ฝ่ายบริหารอาคาร
สำหรับ Facility Manager, Admin และผู้บริหารอาคารที่ต้องควบคุมพื้นที่ปฏิบัติงาน จัดการทางสัญจร และแบ่งแยกพื้นที่ระหว่างคนเดินกับเครื่องจักรกลหนักอย่างเป็นระบบและปลอดภัย

ฝ่าย EHS และความปลอดภัยในโรงงาน (จป.วิชาชีพ)
สำหรับทีมความปลอดภัยที่ต้องวางผัง Floor Marking ทางหนีไฟ ทางเดินเท้า จุดหยุดรถ ป้ายบังคับ PPE และป้ายเตือนจุดอันตรายที่เห็นชัดเจนในระยะวิกฤต เพิ่มความปลอดภัยสูงสุด

อาคารสำนักงาน, Showroom & Corporate Branding
สำหรับพื้นที่ต้อนรับ ห้องประชุม และอาคารพาณิชย์ที่ต้องการฟิล์มฝ้าพรางสายตา (Frosted / Privacy Film) กราฟิกตกแต่งกระจก และ Wall Graphics ที่สะท้อนอัตลักษณ์และภาพลักษณ์แบรนด์

องค์กรหลายสาขา, จัดซื้อ & งาน Rebranding
สำหรับ Project Manager และฝ่ายจัดซื้อ (Procurement) ที่ต้องควบคุมมาตรฐาน Visual Management ขนาด โค้ดสี และสเปกวัสดุ ให้ติดตั้งได้ถูกต้องตามแบบเดียวกันทั่วประเทศ
พื้นที่แต่ละส่วนมีหน้าที่ต่างกัน จึงไม่ควรใช้วัสดุหรือวิธีสื่อสารแบบเดียวกันทั้งหมด
เลือกเจาะลึกระบบสติ๊กเกอร์และป้ายระบุพื้นที่ 5 หมวดหลัก เพื่อการจัดการพื้นที่ที่ปลอดภัย มีระเบียบ และทนทานต่อสภาพการใช้งานจริง

ฟิล์มและสติ๊กเกอร์กระจกอาคาร
ใช้กับสำนักงาน ห้องประชุม กระจกด้านหน้าอาคาร พื้นที่ต้อนรับ และจุดที่ต้องการ Privacy หรือ Branding รูปแบบรวม Frosted Film, Privacy Film, One-way Film, Logo Graphics และ Decorative Glass Graphics สิ่งที่ต้องดูคือชนิดกระจก ตำแหน่งภายในหรือภายนอก แสง มุมมอง และหน้าที่จริงของฟิล์ม หากเป็นฟิล์มที่มีคุณสมบัติลดความร้อน ต้องอ้างอิงค่าของผลิตภัณฑ์จริงและชนิดกระจก ไม่ควรใช้คำว่า “กันความร้อน 100%”

Wayfinding ห้อง และแผนก
Wayfinding ไม่ได้เริ่มจากการถามว่า “ป้ายขนาดเท่าไร” แต่ควรเริ่มจากคนยืนอยู่ตรงไหนและต้องตัดสินใจเรื่องอะไร ป้ายที่สวยแต่ผู้ใช้งานเห็นหลังจากเดินเลยทางแยกไปแล้ว ก็ยังไม่ทำหน้าที่ได้ดี เน้นวางตำแหน่งก่อนเลี้ยว ระยะมองเห็น คอนทราสต์สี และขนาดตัวอักษรที่สอดคล้องกับความเร็วในการเดินหรือการขับขี่ยานพาหนะในพื้นที่

สติ๊กเกอร์ 5ส และ Visual Management
Visual Management ช่วยให้สถานะ จุดวางอุปกรณ์ พื้นที่ทำงาน และมาตรฐานภายในพื้นที่มองเห็นได้ง่ายขึ้น งานประกอบด้วย Board, Shadow / Position Marking, Area Identification, Status Label, Zone Color และ Floor Graphic แต่การมีป้ายจำนวนมากไม่ได้แปลว่าระบบจะดีขึ้นเสมอ หากข้อมูลซ้ำหรือมากเกินจนคนในพื้นที่เลิกมอง เราจึงเน้นสื่อสารเฉพาะจุดสำคัญอย่างเป็นระเบียบ

Rack, Bin, Shelf และ Warehouse Location
ในคลังสินค้า รหัสที่ดีต้องช่วยให้คนหรือระบบระบุตำแหน่งได้ตรงกัน ก่อนผลิตควรกำหนดโครงรหัส เช่น Building → Zone → Aisle → Rack → Level → Bin ตามระบบจริงของลูกค้า หากมี Barcode หรือ QR ควรตรวจระยะสแกน มุมมอง แสงสะท้อน และเครื่องอ่านที่ใช้ร่วมด้วย เพื่อความรวดเร็วและแม่นยำในการเบิกจ่ายสินค้า

Floor Marking, Anti-Slip และ Zone Graphics
งานพื้นเป็นหนึ่งในจุดที่ควรประเมินหน้างานมากที่สุด เพราะการเดิน รถเข็น พาเลท และ Forklift สร้างภาระกับวัสดุไม่เท่ากัน นอกจากนี้ยังต้องดูประเภทพื้น ความเรียบ ฝุ่น น้ำมัน แนวรอยต่อ จำนวนรอบรถ จุดเลี้ยว และการลากพาเลท คำว่า “ฟิล์มพื้นหนา” เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับระบุอายุงาน จึงต้องคัดเลือก Material Stack ร่วมกับฟิล์มกันลื่นและกาวเฉพาะทาง
งานในอาคารและโรงงานต้องเลือกวัสดุจาก “สิ่งที่เกิดขึ้นบนพื้นที่” ไม่ใช่ดูเพียงว่าเป็นงาน Indoor หรือ Outdoor
Indoor ไม่ได้แปลว่างานเบาเสมอไป พื้นโรงงานในอาคารอาจได้รับแรงเสียดสีมากกว่างาน Outdoor บางประเภท ขณะที่ฟิล์มกระจกอาคารอาจได้รับแสงและความร้อนต่อเนื่องแม้ติดจากด้านใน
| พื้นที่ | สิ่งที่ควรตรวจ |
|---|---|
| Floor | ●Traffic, Forklift, Wheel Load, Turning Point, Oil |
| Wall | ●สีเดิม Texture ความชื้น และความเรียบ |
| Glass | ●ชนิดกระจก แสง ทิศทาง และตำแหน่งติด |
| Rack | ●Surface, Barcode Distance และระดับสายตา |
| Outdoor | ●UV ฝน ความชื้น และการทำความสะอาด |
| Warehouse | ●ฝุ่น ความสูงของป้าย และเครื่อง Scan |
| Rough Wall | ●Texture และระบบกาวที่สัมพันธ์กับผิว |

ผนังหยาบไม่ได้แก้ด้วยกาวแรงอย่างเดียว
ผนังที่มี Texture มากทำให้พื้นที่สัมผัสของกาวลดลงอย่างมาก และฟิล์มสีเดิมอาจเป็นจุดที่หลุดร่อนก่อนตัวกาวจะหมดสภาพเสียด้วยซ้ำ งานประเภทนี้จึงควรตรวจความแข็งแรงของสีเดิม, Texture, ฝุ่น, ความชื้นสะสม, อายุสี และขนาดของ Graphics ที่ต้องการติดตั้ง ในบางกรณีการทดสอบวัสดุจริงบนผนังหน้างาน (Mock-up Test) มีประโยชน์กว่าการเลือกจากชื่อกาวเพียงอย่างเดียว

ฟิล์มกระจกต้องเริ่มจาก “ต้องการให้กระจกทำหน้าที่อะไร”
ถ้าโจทย์คือ Privacy, Branding, Decoration, Visibility Control หรือ Heat Reduction วิธีการเลือกฟิล์มจะไม่เหมือนกันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะคำว่า “ฟิล์มกันร้อน” ควรอธิบายด้วย Specification ของผลิตภัณฑ์จริง ค่าการลดความร้อนรวม (TSER) และชนิดของกระจกหน้างาน ไม่ควรสรุปเป็นเปอร์เซ็นต์เดียวโดยไม่มีข้อมูลทางเทคนิครองรับ
โครงการพื้นที่ขนาดใหญ่ควรเริ่มจาก Site List และ Layout ก่อนเริ่มผลิต
งานหลายจุดผิดพลาดได้ง่ายเมื่อใช้เพียงรูปจากโทรศัพท์และจำนวนคร่าว ๆ เพราะหากขนาด พื้นผิว หรือ Location ผิด การแก้หลังผลิตมักมีต้นทุนสูงกว่าการตรวจให้ชัดตั้งแต่ต้น
Brief, Plan & Site Scope
Survey, Layout & Sample
Approval & Zone Production
Installation & Master Ref
รับ Requirement / Brief / RFQ
รับ Floor Plan / Site List / BOQ ถ้ามี
แยกประเภทพื้นที่
ตรวจ Surface และ Environment
Survey หรือรับ Measurement ที่ยืนยันแล้ว
วาง Location / Artwork
เลือก Material System
ทำ Sample หากจำเป็น
ลูกค้าอนุมัติ Artwork / Location
ผลิต
QC และแยกชุดตาม Site / Zone
วาง Installation Schedule
ติดตั้ง
ตรวจส่งมอบ
เก็บ Reference สำหรับ Expansion / Replacement
Aura Project Deployment Workflow: บริหารจัดการโครงการแบบครบวงจรตั้งแต่การส่งทีม Site Survey ประเมินหน้างานจริง, วางผัง Location ร่วมกับไฟล์ Floor Plan, ผลิตและ QC แยกแพ็กตาม Zone ไปจนถึงการนัดหมายทีมช่างเข้าติดตั้งนอกเวลาทำการ เพื่อป้องกัน Downtime ในสายการผลิต 100% พร้อมเก็บ Master Reference รองรับการขยายพื้นที่หรือเปลี่ยนป้ายชำรุดได้ทันที
โครงการหลายสาขาที่ดีไม่ควรให้แต่ละสาขา “ตีความแบรนด์เอง”
เมื่อองค์กรมีหลาย Site ปัญหาที่พบบ่อยไม่ใช่แค่สีเพี้ยน แต่รวมถึงสัดส่วน Logo, สเปกวัสดุ, ตำแหน่งติดตั้ง และคุณภาพงานที่ไม่เท่ากัน การควบคุมด้วย Master Data กลางจึงช่วยประหยัดงบและรักษามาตรฐานระยะยาว
การควบคุมมาตรฐานแบรนด์และสเปกในระดับองค์กร
เมื่อขยายสาขาหรือรีแบรนด์โดยไม่มีระบบกลาง แต่ละพื้นที่จะเกิดความคลาดเคลื่อนสะสม การล็อก Master Artwork, Site Code, Material Specification และ Installation Reference จึงจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับงาน Rollout
Logo ถูกย่อ-ขยายผิดสัดส่วนและคนละขนาด
ตำแหน่งและระดับความสูงในการติดตั้งไม่ตรงกัน
สเปกและประเภทฟิล์มวัสดุไม่เหมือนกัน
ใช้ไฟล์ข้อมูลหรืออาร์ตเวิร์กคนละ Revision
Font และ Spacing ผิดเพี้ยนจาก Brand Guideline
คุณภาพการตัดขอบและงานติดตั้งไม่สม่ำเสมอ
สาขาที่เปิดใหม่ไม่มี Reference ให้ทำงานต่อจากเดิม
[เคสจริง Aura: วางระบบควบคุม Brand Rollout และจัดทำ Master Specification ให้เครือข่ายศูนย์บริการและโรงงานกว่า 38 สาขาทั่วประเทศ ควบคุมทั้งเฉดสี สัดส่วนโลโก้ และเกรดฟิล์มให้มีมาตรฐานเดียวกัน 100%]
การติดตั้งควรเข้ากับ Operation ไม่ใช่บังคับ Operation ให้เข้ากับทีมติดตั้ง
พื้นที่โรงงาน คลังสินค้า และสำนักงานมีช่วงเวลาที่สามารถปิดพื้นที่ได้ต่างกันอย่างสิ้นเชิง การประสานงานจึงต้องยึดตารางการดำเนินงานขององค์กรเป็นหลัก เพื่อให้กระบวนการผลิตดำเนินต่อไปได้โดยไม่มีสะดุด
Production Hours และช่วงเวลากะทำงานของโรงงาน
รอบเวลาและเส้นทางรถขนส่ง / Forklift เข้า-ออก
การกำหนดพื้นที่ที่สามารถ Block ได้ทีละเฟส
ระยะเวลาพักหน้าพื้นหลังติดตั้งเสร็จ (Dwell Time)
เอกสารและการขออนุญาตเข้าพื้นที่ (Access Permission)
การจัดสรรจำนวนทีมช่างและจัดลำดับคิวแต่ละ Site
การจัดทำ Installation Schedule และ Site Staging ตั้งแต่ก่อนเดินเครื่องผลิตจำนวนมาก ช่วยป้องกัน Downtime ของสายการผลิต และควบคุมให้งานติดตั้งในโครงการหลายสาขาสำเร็จตรงตามเวลาที่กำหนด
งาน 5ส ไม่ควรทำเพื่อ “ผ่าน Audit วันเดียว”
Visual Management ที่มีประโยชน์ควรสัมพันธ์กับวิธีทำงานจริงของคนในพื้นที่ ไม่ใช่เพียงติดป้ายให้ดูครบก่อนวันตรวจ การจัด Zone, Location, Status และ Standard ให้สม่ำเสมอช่วยให้พื้นที่มีระบบสื่อสารที่ชัดเจน (Aura Print เน้นฟังก์ชันใช้งานจริง ไม่กล่าวอ้างว่าการติดสติ๊กเกอร์ทำให้ผ่าน Audit โดยอัตโนมัติ)
[เคสจริง Aura: วางผัง 5ส และระบบระบุสถานะอุปกรณ์ครอบคลุมทั้งไลน์ผลิตเครื่องจักรและคลังสินค้า ช่วยให้พนักงานหน้างานจัดเก็บเครื่องมือตรงจุดเดิม ลดเวลาค้นหาอุปกรณ์ และใช้งานต่อเนื่องได้จริงหลังผ่านการตรวจประเมิน]
คำถามที่ Facility, Warehouse และฝ่ายจัดซื้อมักต้องเคลียร์ก่อนเริ่มโครงการ
รวบรวมข้อสงสัยเชิงเทคนิคและการจัดการพื้นที่ เพื่อช่วยให้ผู้บริหารอาคารและฝ่ายจัดซื้อกำหนดขอบเขตงานได้ชัดเจนก่อนสั่งผลิตจริง
FLOOR 01 · LIFECYCLE
Floor Marking ที่มี Forklift วิ่งทับอยู่ได้กี่ปี?
Floor Marking ที่มี Forklift วิ่งทับอยู่ได้กี่ปี?
ไม่ควรตอบเป็นจำนวนปีตายตัว เพราะอายุการใช้งานจริงขึ้นกับชนิดพื้น ความเรียบ น้ำหนักรถ จำนวนเที่ยวสัญจร จุดเลี้ยวหักศอก การลากพาเลท คราบฝุ่น คราบน้ำมัน วิธีการทำความสะอาด และ Material System ที่เลือกใช้ร่วมกัน
💡 Aura Field Data: โครงการคลังสินค้าที่มี Forklift วิ่งกว่า 150 รอบ/วัน เมื่อเลือกใช้ฟิล์ม Heavy-Duty Surface Shield ร่วมกับขอบ Beveled Edge สามารถใช้งานต่อเนื่องได้จริงกว่า 18–24 เดือนโดยไม่ฉีกขาด
5S SYSTEM 02 · STRATEGY
ถ้าต้องการทำ 5ส ทั้งโรงงาน ควรเริ่มจากตรงไหน?
ถ้าต้องการทำ 5ส ทั้งโรงงาน ควรเริ่มจากตรงไหน?
ควรเริ่มจากกำหนด Zone, จุดใช้งาน, Information Standard และผู้รับผิดชอบข้อมูลก่อนออก Artwork หากเริ่มต้นจากการสั่งพิมพ์ป้ายก่อน โครงการอาจได้สติ๊กเกอร์จำนวนมากที่สร้างความสับสนและไม่ได้นำไปสู่การจัดระเบียบพื้นที่ในระยะยาว
GLASS FILM 03 · PRIVACY
ฟิล์มกระจกฝ้ากับ One-way Film ต่างกันอย่างไร?
ฟิล์มกระจกฝ้ากับ One-way Film ต่างกันอย่างไร?
Frosted Film (ฟิล์มฝ้า) เน้น Privacy และการพรางสายตาตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน ส่วน One-way Film (ฟิล์มมองเห็นด้านเดียว) อาศัยความแตกต่างของระดับแสงสว่างระหว่างสองด้านในการสร้างลักษณะการมองเห็น จึงควรเลือกจากสภาพแสง ทิศทางอาคาร และหน้าที่จริงของห้อง ไม่ใช่เลือกจากชื่อฟิล์มเพียงอย่างเดียว
THERMAL 04 · PERFORMANCE
ฟิล์มกระจกช่วยลดความร้อนได้ 100% หรือไม่?
ฟิล์มกระจกช่วยลดความร้อนได้ 100% หรือไม่?
ไม่ควรกล่าวแบบนั้น ประสิทธิภาพในการลดความร้อนขึ้นกับชนิดฟิล์ม ชนิดกระจก ทิศทางแสงแดด พื้นที่ผิวกระจก และค่าทางเทคนิคจริงของผลิตภัณฑ์ (เช่น TSER และ SHGC) หากเรื่องความร้อนเป็น Requirement หลัก ควรตรวจสอบสเปกของฟิล์มรุ่นจริงร่วมกับชนิดกระจกหน้างานก่อนยืนยันสเปก
RACK & WMS 05 · SCANNING
Rack Label ที่มี Barcode ต้องทำใหญ่แค่ไหน?
Rack Label ที่มี Barcode ต้องทำใหญ่แค่ไหน?
ไม่มีขนาดเดียวสำหรับทุกคลังสินค้า ขนาดป้ายและบาร์โค้ดต้องคำนวณจากระยะสแกนจริง (Long-Range หรือ Short-Range), ตำแหน่งเสา Rack, ความสูงของชั้นวาง, มุมอ่าน, ความคมชัดของ Code และประสิทธิภาพของ Scanner ที่ใช้ จึงควรจัดทำ Sample เพื่อทดสอบในระยะใช้งานจริงก่อนผลิตล็อตใหญ่
MULTI-SITE 06 · SCALE
ถ้าเป็นหลายสาขา สามารถใช้ Artwork ชุดเดียวกันได้เลยไหม?
ถ้าเป็นหลายสาขา สามารถใช้ Artwork ชุดเดียวกันได้เลยไหม?
สามารถใช้ Master Artwork ร่วมกันได้ แต่แต่ละ Site ยังจำเป็นต้องตรวจสอบขนาดพื้นที่จริง ทิศทางการเดิน ตำแหน่งเสา และข้อจำกัดหน้างาน การนำ Artwork เดียวกันไป Scale ย่อ-ขยายโดยไม่ตรวจสอบหน้างานจริง อาจทำให้สัดส่วนภาพเพี้ยนหรือตำแหน่งการมองเห็นบดบังสายตาได้
SITE SURVEY 07 · EVALUATION
ต้อง Survey หน้างานทุกโครงการหรือไม่?
ต้อง Survey หน้างานทุกโครงการหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องสำรวจทุกงาน หากลูกค้ามี Drawing, Dimension ที่แน่นอน และข้อมูลพื้นผิวที่ยืนยันแล้ว สามารถประเมินสเปกและเสนอราคาจากข้อมูลได้ทันที แต่สำหรับโครงการพื้นที่ขนาดใหญ่ พื้นผิวซับซ้อน หรืองานติดตั้งหลายจุด การส่งทีมเข้า Survey หน้างานจริงจะช่วยลดความผิดพลาดและป้องกันงบบานปลายได้ดีที่สุด
SURFACE 08 · ADHESION
ผนังเดิมมีสีหรือ Texture สามารถติดสติ๊กเกอร์ได้เลยไหม?
ผนังเดิมมีสีหรือ Texture สามารถติดสติ๊กเกอร์ได้เลยไหม?
ต้องประเมินความแข็งแรงของชั้นสีก่อน รวมถึงความสะอาด Texture ฝุ่น และความชื้นสะสม เพราะในหลายกรณีตัวกาวสามารถยึดเกาะได้ดี แต่ชั้นสีเดิมที่เสื่อมสภาพกลับหลุดร่อนออกจากปูน การนำตัวอย่างสติ๊กเกอร์ไปทดสอบติดบนพื้นที่เล็ก ๆ ก่อนติดตั้งจริงจึงช่วยตัดปัญหาฟิล์มหลุดร่อนได้ 100%





